ประวัติถนนราชดำเนิน

ถนนราชดำเนิน แบ่งออกเป็น 3 ช่วง ด้วยคลอง 3 สาย คือคลองหลอด คลองบางลำพู และคลองผดุงกรุงเกษม โดยมีสะพานเชื่อมต่อถนน 3 แห่ง คือสะพานผ่านพิภพลีลาศ สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสะพานมัฆวานรังสรรค์ โดยช่วง ถนนราชดำเนินใน เริ่มจากถนนหน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง มาจนถึงคลองหลอดตรงสะพานผ่านพิภพลีลาศ ความยาวประมาณ 525 เมตร ช่วงถนนราชดำเนินกลาง จากสะพาน ผ่านพิภพลีลาศ ไปจนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ คลองบางลำพู ความยาวประมาณ 1,200 เมตร และช่วงถนนราชดำเนินนอก จากสะพานผ่านฟ้าลีลาศผ่านคลองผดุงกรุงเกษม โดยมีสะพานมัฆวานรังสรรค์เป็นตัวเชื่อม ตรงไปสิ้นสุดบริเวณลานพระราชวังดุสิต ความยาวประมาณ 1,475 เมตร

พระราชดำริในการตัดถนนราชดำเนินนั้น เริ่มขึ้นภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2440 ทรงโปรดให้ปรับปรุงพระนครตามแบบยุโรปที่ได้ทอดพระเนตรมา ถนนราชดำเนินสร้างในราว พ.ศ. 2442 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างถนนขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “อเวนิว” (Avenue) ลักษณะเมื่อแรกสร้างมีถนนสายกลาง ถัดออกมาเป็นทางคนเดิน ปลูกต้นไม้สองข้าง มีถนนสายนอกกระหนาบ แล้วจึง เป็นทางคนเดินสายนอก แบบเดียวกับถนนราชดำเนินนอกในปัจจุบัน บนบาทวิถีริมถนนปลูกต้นมะฮอกกานี เป็นถนนที่สวยงามที่สุดในยุคนั้น แต่เป็นถนนเปลี่ยว ริมถนนเป็นรั้วพู่ระหงตลอด บ้านเรือนอยู่ในซอยเล็กๆข้างถนน

ขนาดถนนในเบื้องต้นที่กำหนดไว้คือ ถนนสายกลางกับท่อน้ำกว้าง 8 วา ที่ปลูกต้นไม้กับทางคนเดินข้างถนนสายกลางกว้างข้างละ 5 วา ถนนรถเดินสายนอกสองข้างรวมท่อน้ำกว้างข้างละ 4 วา ทางคนเดิน สายนอกสองข้างกว้างข้างละ 1 วา 2 ศอก รวมเป็นความยาวทั้งสิ้น 1 เส้น 9 วา และที่ดินริมถนนอีกข้างละ 17 วา 2 ศอก รวมเป็น 3 เส้น 4 วา

ในปี พ.ศ. 2480 รัฐบาลออกพระราชบัญญัติเวนคืนที่เพื่อสร้างอาคารริมถนนทั้งสองข้าง กำหนดเขตลึกเข้าไปข้างละ 40 เมตร เป็นอาคาร 3 ชั้นครึ่ง แบ่งอาคารออกเป็นช่วงๆ มีถนนซอยระหว่างตึกแถว บริเวณมุมอาคารก่อมุขโค้งครึ่งวงกลม ดาดฟ้ามุขเทคอนกรีตเป็นการก่อสร้างแบบใหม่ในสมัยนั้น มุขโค้งกลมแล้ว ยังอยู่ที่การแต่งผิวหนังขรุขระ ไม่ฉาบผิวเรียบเหมือนอาคารทั่วไป มีบันไดสูง 3 ขั้นขึ้นด้านหน้าอาคาร

ตึกแถวริมถนนราชดำเนินกลาง มีลักษณะสง่างามรับกับถนนที่กว้างใหญ่ จึงเป็นที่ตั้งของบริษัทห้างร้านใหญ่ๆ ปัจจุบันอาคารยังอยู่ในสภาพดี แต่แบบถนนได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นช่องเดินรถ 2 ช่อง มีเกาะกลางถนนและบาทวิถีสองข้าง

ประวัติอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ที่ตั้ง อยู่กลางสี่แยกถนนราชดำเนินกลางตัดกับ ถนนบ้านดินสอ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานครเนื้อที่ ประมาณ 1,810.28 ตารางเมตร (452.57 ตารางวา) สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล

ความเป็นมา
ในสมัยจอมพลแปลก พิบูลสงคราม ำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีดำริที่จะจัดสร้างอนุสรณ์เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงความสามัคคีกลมเกลียวในชาติ และพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญของชาติ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้นำมาซึ่งความสถาพรแก่ชาติ รัฐบาลจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดหาพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การสร้างอนุสาวรีย์ เมื่อพิจารณาที่เหมาะสมนั้น จึงเห็นว่า บริเวณถนนราชดำเนินที่กำลังมีการปรับปรุงอยู่ในขณะนั้น ประกอบกับขณะนั้นกำลังมีการก่อสร้างสะพานเฉลิมวันชาติ ในบริเวณเดียวกัน การสร้างอนุสาวรีย์จะยิ่งสร้าง ความสง่างามแก่บ้านเมือง กรมศิลปากรดำเนินการก่อสร้าง โดนศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการ ปั้นร่วมกับลูกศิษย์ พิธีก่อฤกษ์อนุสาวรีย์ได้ถือฤกษ์วันชาติไทย ในขณะนั้นคือ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2482 เป็นวันก่อฤกษ์ โดยจอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เป็นประธานในพิธีมณฑล พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 9 นาฬิกา 16 นาที เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 9 นาฬิกา 57 นาที

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

ตัวสะพานรัฐธรรมนูญเป็นทองสัมฤทธิ์ มีปืนใหญ่75 กระบอก ฝังปากกระบอกลงดินโดยรอบอนุสาวรีย์ มีพระขรรค์ 6 เล่ม ติดอยู่กับป้อมทั้ง 6 ด้าน ภาพบุคคลเป็นปูนปั้นแบบนูนสูง ประกอบติดที่ฐานล่างของปีกทั้ง 4 สดงประวัติของคณะราษฏร ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง อนุสาวรีย์นี้ประดิษฐาน อยู่บนลานวงกลมลดหลั่นเป็นชั้นๆ ที่ฐานด้านนอกของปีกทั้ง 4 ก่อปูนเป็นอ่างน้ำพุ เหนืออ่างสร้างเป็นรูปพญานาคพ่นลง ในอ่างอีกชั้นหนึ่ง

กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบโดยเน้นรูปแบบทางสถาปัตยกรรมให้แสดงออกถึงความหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ดังนี้คือ
1. ปีกทั้ง 4 สูงจากพื้น 24 เมตร แท่นพื้นรัศมียาว 24 เมตร(วัดจากศูนย์กลางของป้อมที่ตั้งฐานรัฐธรรมนูญไปถึงขอบสุดของแท่น) ส่วนประกอบดังกล่าวหมายถึงวันที่ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง
2. พานรัฐธรรมนูญซึ่งอยู่เหนือป้อมใหญ่สูง 3 เมตร หมายถึง เดือน 3 แห่งปี คือเดือนมิถุนายน
3. ปืนใหญ่ 75 กระบอก หมายถึง พ.ศ. 2475
4. พระขรรค์ 6 เล่ม หมายถึง 6 ประการอันหมายถึงนโยบายในการปกครองประเทศของคณะราษฏร
5. ปูนปั้นบุคคลรูปต่างๆ แสดงถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ 2475

X