ขจรฤทธิ์ รักษา
รางวัลศิลปาธร : สาขาวรรณศิลป์

ขจรฤทธิ์ รักษา
Kajohnrit Ragsa

มีวลีที่กล่าวกันว่าการอ่านหนังสือคือรากฐานของการเขียนหนังสือที่ดีเพราะการอ่านคือการซึมซับรูปแบบทางภาษาที่ส่งผลให้สามารถสื่อสารผ่านการเขียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ‘ขจรฤทธิ์ รักษา’ เป็นนักเขียนคนหนึ่งที่เป็นผลิตผลของการอ่านหนังสือที่หลากหลาย เริ่มต้นจากสมัยที่ศึกษาอยู่โรงเรียนวิเชียรมาตุ จังหวัดตรัง เขามักจะขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือที่ตนเองชอบ นอกจากรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ เขายังเป็นคนช่างคิดช่างเขียนที่มักจะบันทึกความคิดสั้นๆ ที่ผุดขึ้นมาลงบนกระดาษ โดยเฉพาะช่วงเวลาก่อนเข้านอนที่เขาจะระบายความคิดด้วยการจดบันทึกประจำวัน ซึ่งขจรฤทธิ์ไม่ได้คาดคิดแม้แต่น้อยว่าพื้นฐานเหล่านี้จะกลายเป็นต้นทุนที่ทำให้ตนเองกลายเป็นนักเขียนในปัจจุบันในปี พ.ศ. 2529 ขจรฤทธิ์ทำงานหนังสือครั้งแรกที่บริษัท จีเอ็มเอ็นเตอร์ไพรส์ ของปกรณ์ พงศ์วราภา ในตำแหน่งพนักงานพิสูจน์อักษร ต่อมาปี พ.ศ. 2531 เขาเข้าประจำกองบรรณาธิการนิตยสารบันเทิงคดี ก่อนจะลาออกไปรับตำแหน่งบรรณาธิการแลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง หลังจากทำงานสั่งสมประสบการณ์ในแวดวงนักเขียนเป็นเวลาเกือบ 6 ปี ในปี พ.ศ. 2534 เขาจึงได้ก่อตั้งสำนักพิมพ์บ้านหนังสือของตนเอง และพิมพ์ผลงานของนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน อาทิ รงค์ วงษ์สวรรค์,ลาว คำหอม, นากิบ มาห์ฟูซ, สุจินดา ขันตยาลงกต, วัธนา บุญยัง, ชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ ฯลฯ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 จึงได้ก่อตั้งนิตยสารทางวรรณกรรมรายเดือนชื่อ Writer ดำเนินการมาได้ 4 ปี 43 เล่ม ก่อนที่กนกพงษ์ สงสมพันธุ์นักเขียนรางวัลซีไรต์ประจำปี พ.ศ. 2539 รับช่วงเป็นบรรณาธิการต่อผลงานของขจรฤทธิ์เป็นงานเขียนแบบอัตถนิยม (realistic) สะท้อนความเป็นจริงของมนุษย์และสังคม เรื่องสั้นและนวนิยายของเขาชี้ให้เห็นภาวะความเป็นมนุษย์สามัญอย่างที่ปรากฏรู้แจ้งกันโดยทั่วไปว่า มนุษย์มีด้านมืดและด้านสว่าง

เขาหยิบยกเรื่องราวรอบๆ ตัวมาบอกเล่าอย่างสมจริงเพราะตัวละครของเขาคือผู้คนที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิต ภายในบริบทของสังคมที่มีสถานที่จริงรองรับ โดยเฉพาะสภาพสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นของภาคใต้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังมีลีลาในการถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างน่าสนใจ ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา เนื้อหาเรื่องราวแต่ละเรื่องล้วนให้แง่คิดและสะท้อนสภาพแวดล้อมของสังคมรวมถึงพฤติกรรมของมนุษย์ในมิติที่ลึกลงไป และโน้มน้าวผู้อ่านให้เข้าใจในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ที่มีทั้งความดีงามและความเลวร้ายปะปนปัจจุบันขจรฤทธิ์ยังคงก้าวต่อไปบนเส้นทางนักเขียนและนักธุรกิจสิ่งพิมพ์สร้างสรรค์ผลงานประเภทเรื่องสั้น นวนิยาย และสารคดีที่สะท้อนปัญหาสังคมหรือผู้คนที่อยู่ใกล้ตัว อาทิ นักตกปลา, นักมวยดัง, วัยวิกฤติ, คนรักเก่า, รักในรอยร้าว, ตื่นจากฝัน, วัยกลางคน, นางสำลี, เมียของคนอังกฤษ, รักนอกสังเวียน, ยาย, หญิงข้างถนน และผลงานสารคดี บันทึกการเดินทางหลวงพระบาง เป็นต้น โดยในช่วง 4 – 5 ปีหลัง ขจรฤทธิ์ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการบริหารงานให้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการทำหนังสือ การบรรยายเรื่องประโยชน์ของการอ่านการเขียนตามหน่วยงาน โรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆและเป็นตัวแทนกรรมการตัดสินรางวัลด้านวรรณกรรม อาทิ รางวัลยังอาร์ตติสอวอร์ด รางวัลพานแว่นฟ้า รางวัลสุภาเทวกุล รางวัลนายอินทร์อวอร์ด รางวัลซีไรต์และรางวัลทางด้านวรรณกรรมอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากเขาจะทำงานให้กับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยแล้ว ยังมีหน้าที่หลักเป็นบรรณาธิการให้กับสำนักพิมพ์บ้านหนังสือที่ตนเองเป็นเจ้าของ ซึ่งพิมพ์งานวรรณกรรมแปลและวรรณกรรมไทยประเภทสารคดีที่มีนักเขียนอย่างวัธนา บุญยัง อำนวย อินทรักษ์ บุหลัน รันตี และคามิน คมนีย์ ส่งผลงานอย่างสม่ำเสมอ

Category

Artists Profile

X