ไพวรินทร์ ขาวงาม
รางวัลศิลปาธร : สาขาวรรณศิลป์

ไพวรินทร์ ขาวงาม
Paiwarin Khao-Ngam

ไพวรินทร์ ขาวงาม ศิลปินศิลปาธร สาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2551 เกิดเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2504 เขาเกิดในครอบครัวชาวนาทุ่งกุลาร้องไห้สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายสมัย และนางดวน ขาวงาม ไพวรินทร์เป็นลูกคนที่ 3 จากบรรดาพี่น้องจำนวน 9 คน โดยพื้นฐานเขาเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ไพวรินทร์สำเร็จการศึกษาชั้นประถมตอนปลายจากโรงเรียนบ้านตาหยวก และบวชเรียนต่อจนกระทั่งสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ มหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตมหามกุฏราชวิทยาลัย สาขาวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นจึงได้ช่วยฝึกสอนวิชาภาษาไทยและวรรณคดี เพื่อตอบแทนคุณสถาบันระยะหนึ่งจึงลาสิกขาบท รวมเป็นระยะเวลากว่า 8 พรรษาที่ดำรงอยู่ในสมณเพศ หลังจากลาสิกขาเขาตัดสินใจมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกอบอาชีพพนักงานพิสูจน์อักษรของหนังสือพิมพ์ประชากรรายวัน ก่อนจะได้เลื่อนขั้นเป็นนักข่าวอย่างเต็มตัว ส่งผลให้ไพวรินทร์ได้มีประสบการณ์การทำหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขนาดเล็กอยู่หลายฉบับ จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2527 เขาตัดสินใจเดินทางเข้ามากรุงเทพมหานคร และเริ่มทำงานฝ่ายศิลป์ให้กับนิตยสารสปีดเวย์ ตลอดช่วงชีวิตวัยหนุ่มไพวรินทร์แทบจะเคยต่อสู้ชีวิตมาแล้วทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะรับจ้างทำรูปเคลือบพลาสติกวางขายข้างถนน, พนักงานขายไอศกรีม, ผู้ช่วยงานนิตยสารสู่ฝัน, ผู้ประจำกองบรรณาธิการวารสารปาจารยสาร, บรรณาธิการเฉพาะกิจสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น, พนักงานประจำกองบรรณาธิการหนังสือดีเขต, หัวหน้ากองบรรณาธิการชีวิตต้องสู้ และปัจจุบันเป็นคอลัมนิสต์อิสระที่สร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องไพวรินทร์เป็นกวี นักเขียน และคอลัมนิสต์ ที่ประพันธ์ผลงานวรรณศิลป์ประเภทร้อยแก้ว ร้อยกรองและงานเพลงต่างๆ เป็นระยะเวลาร่วมสามทศวรรษที่เขาใช้ความอุตสาหะเพื่อพิสูจน์ความสามารถจนประสบความสำเร็จ แม้ว่าเขาไม่ได้เล่าเรียนในรั้วมหาวิทยาลัยเฉกเช่นคนอื่นๆ ทว่าเขากลับได้เรียนรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในการดำรงชีวิตที่ตนเองเลือกเส้นทางเอง จวบจนกระทั่งปัจจุบันไพวรินทร์มีผลงานวรรณศิลป์หลากหลายเรื่องราว ซึ่งช่วยจรรโลงใจ สร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนและนักอ่านรุ่นใหม่จำนวนมากที่รักในงานกวีนิพนธ์จากอดีตสู่ปัจจุบันผลงานประพันธ์ของไพวรินทร์ได้ปรากฏต่อสายตานักอ่านกันมาแล้วมากต่อมาก อาทิ ลำนำวเนจร, คำใดจะเอ่ยได้ดั่งใจ, ไม่ใช่บทกวีจากชายป่าอารยธรรม, ฤดีกาล, คือแรงใจและไฟฝัน, ถนนนักฝัน, ม้าก้านกล้วย, เจ้านกกวี,ทอดยอด, เพราะภาพพูดได้ หัวใจจึงขอฟัง, ผมจรรอนแรมจากลุ่มแม่น้ำมูล, ที่ใดมีรักที่นั่นมีรัก, ดวงใจจึงจำนรรจ์, จิบใจ จอกจ้อย และ กลอนกล่อมโลก เป็นต้นผลงานของไพวรินทร์ได้รับการยกย่องว่ามีกลวิธีทางวรรณศิลป์ ที่สร้างความกลมกลืนระหว่างรูปแบบของถ้อยคำและเนื้อหา ด้วยการใช้กวีโวหาร และวรรณยุกต์ที่สวยงาม สามารถถ่ายทอดอารมณ์ให้ผู้อ่านได้ร่วมรับความรู้สึกนึกคิด และสื่อสารสาระออกมาได้อย่างสมบูรณ์งดงามตลอดชีวิตการทำงานในแวดวงนักเขียนของไพวรินทร์ ขาวงาม เขาเคยได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (S.E.A. Write) ประจำปี พ.ศ. 2538 จากหนังสือรวมบทกวี ม้าก้านกล้วย, รางวัลบทกวีดีเด่นสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2535, รางวัลบทกวีดีเด่นสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2541- 2553, รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน ปี พ.ศ. 2438, ศิลปศาสตรมหาบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาภาษาไทยมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ปี พ.ศ. 2547, รางวัลศิลปาธร สาขาวรรณศิลป์ ปี พ.ศ. 2551, รางวัลเพชรในเพลง ปี พ.ศ. 2552, รางวัลศิลปินมรดกอีสาน ปี พ.ศ. 2555 ผลงานหลายบทกวี ได้รับการแปลเป็นภาษา อังกฤษ ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส มลายูกัมพูชา ลาว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลงานของเขามีผู้ที่เห็นคุณค่าและได้รับความสนใจจากแวดวงวรรณศิลป์เป็นอย่างดีปัจจุบันไพวรินทร์ ขาวงามยังคงเป็นนักเขียนอิสระให้กับหนังสือพิมพ์และนิตยสารหัวต่างๆ อาทิ เนชั่นสุดสัปดาห์, คม ชัด ลึก, สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ฯลฯโดยพำนักอยู่กับครอบครัว ที่อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น นอกจากจะทำงานบนเส้นทางน้ำหมึกมาเป็นระยะเวลานาน เขายังอุทิศเวลาส่วนตัวเพื่อกิจกรรมด้านการศึกษาตามสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศในฐานะวิทยากรรับเชิญด้านวิชาภาษาไทยและวรรณกรรม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการประพันธ์ให้กับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

Category

Artists Profile

X